กรุสำหรับ สิงหาคม, 2010

อัสลามุอาลัยกุม วาเราะมาตุลลอฮ

รายงานจากท่านบีฮุรอยเราะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุเล่าว่า : ท่านนบีมูฮำหมัดศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า ﴾ เมื่อท่านต้องการละหมาด  จงทำการอาบน้ำละหมาดให้สมบูรณ์ หลังจากนั้นจงผินหน้าไปทางกิบลัต แล้วตักบีร  หลังจากนั้นอ่านซูเราะฮฺที่ง่ายสำหรับท่าน หลังจากนั้นจงก้มรุกั๊วะอฺแล้วหยุดนิ่งครู่หนึ่ง  หลังจากนั้นจงเงยขึ้นยืนตรงครู่หนึ่ง แล้วก้มลงสุหญูดพร้อมกับหยุดนิ่งครู่หนึ่ง  หลังจากนั้นจงเงยขึ้นนั่งพร้อมกับหยุดนิ่งครู่หนึ่ง  แล้วก้มลงสุหญูดพร้อมกับหยุดนิ่งครู่หนึ่ง และจงทำดังกล่าวนั้นในทุกๆการละหมาดของท่าน﴿บันทึกโดยอัลบุคอรีย์มุสลิมอะฮฺหมัดอบูดาวูดติรมีซีย์นะซาอีและอิบนิมาญะฮฺ

คำอธิบายฮะดีษ
                         มีชายคนหนึ่งได้เข้ามัสยิด  ขณะที่ท่านนบีได้ยืนอยู่นั้น  ชายคนนั้นได้ละหมาด 2 ร๊อกอัตโดยไม่ได้ทำการละหมาดของเขาให้ดี  หลังจากเสร็จแล้วหันมาให้สลามกับท่านนบี เมื่อท่านนบีตอบรับสลามเขาแล้ว ท่านกล่าวแก่ชายคนนั้นว่า “จงกลับไปละหมาดใหม่ แท้จริงท่านยังไม่ได้ละหมาด ” ท่านนบีได้กล่าวแก่ชายคนนั้นถึง 3 ครั้ง และทุกครั้งชายคนนั้นก็กลับไปละหมาดใหม่ หลังจากนั้นชายคนนั้นกล่าวว่า “โอ้ร่อซูลุลลอฮฺ มีสิ่งใดที่ดีกว่าต่อการละหมาดของฉัน จงสอนฉัน” ท่านนบีจึงได้กล่าวแก่ชายคนนั้นว่า “ เมื่อท่านต้องละหมาดจงทำการอาบน้ำละหมาดให้สมบูรณ์ หลังจากนั้นจงผินหน้าไปทางกิบลัตแล้วตักบีร (หมายถึง ตักบีร่อตุ้ลอิหฺรอม) แล้วอ่านซูเราะฮฺที่ง่ายสำหรับท่าน หลังจากนั้นจงก้มรุกั๊วะอฺแล้วหยุดนิ่งครู่หนึ่ง  หลังจากนั้นจงเงยขึ้นยืนตรงครู่หนึ่ง  แล้วก้มลงสุหญูดพร้อมกับหยุดนิ่งครู่หนึ่ง  หลังจากนั้นจงเงยขึ้นนั่งพร้อมกับหยุดนิ่งครู่หนึ่ง  แล้วก้มลงสุหญูดพร้อมกับหยุดนิ่งครู่หนึ่ง และจงทำดังกล่าวนั้นในทุกๆ การละหมาดของท่าน ”

บทเรียนข้างต้น หวังว่าเราจะนำมาตรวจสอบ และพิจารณากันนะครับว่า

การละหมาดฟัรฎูของเรา การละหมาดตะรอเวี้ยะของ เราหรือการละหมาดอะไรๆก็แล้วแต่ของเรา เรามีความคูชัวะ เรามีการนิ่งครู่นึง กันหรือเปล่า หรือมันก็แค่ ก้มๆๆ เงยๆๆ หยั่งกับไก่จิกข้าว เพื่อให้พ้นๆไปเท่านั้น แล้วไม่ได้ซึ่งความสมบูรณ์ของการละหมาดเลยครับ

มีหลาย มัสยิดสำหรับเดือนนี้ ที่มีการละหมาด หยั่งกับไก่จิกอยู่ เราพิจารณาและหลีกห่างกันดีกว่าไหม ทางเลือกยังมีอีกมากมายที่เราจะเดินไปละหมาดได้ ซึ่งไม่จำเป็นว่า ใครอยู่มูเก็มไหนเค้าก็ต้องละหมาดที่มัสยิดในมูเก็มนั้น หรอกใช่ไหม

เราอิบาดะห์ ทำความดีถวายอัลลอฮอยู่ ใยเล่าเราไม่พิจารณาอย่างถี่ถ้วนครับ พี่น้อง

แล้วละหมาดอย่างไรให้ คูชัวะหล่ะ

คลิกเลย http://www.banatulhuda.com/forum/index.php?topic=276.0

http://www.islaminthailand.org/dp6/node/395

วัสลามุอาลัยกุม วาเราะมาตุลลอฮ

โฆษณา

ตะรอเวียะฮฺที่คลาดเคลื่อน

โดย อบูนะบีล

بِسْمِ اللهِ الرَّحْمَنِ الرَّحِيْم

السلام عليكم ورحمة الله وبركا ته

 

โอ้…ปัญญาชนแล้วทั้งหลายเอ๋ย

ใช่ว่า….การนำเสนอซึ่งข้อมูลทางศาสนาที่มันค้านกับ สิ่งที่ท่านทำ สิ่งที่ทำปฏิบัติเสมอมา หรือสิ่งที่ท่านเข้าใจมาแต่อดีตนั้นจะเป็นสิ่งที่ท่านจะปฏิเสธ จะไม่รับฟัง จะไม่อ่านและจะไม่พิจารณา และนำมาซึ่งการกล่าวถึงว่า คนนี้เป็นวะฮาบี คนนั้นเป็นคณะเก่า คนนั้นเป็นคนแปลก คนนั้นเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ หรือเราจะไม่อ่านนะ เราจะไม่รับฟังไม่หรอกใช่ไหม

  เพราะสติปัญญาของท่าน การศึกษาของท่าน ความคิดของท่านย่อมนำมาซึ่งหลักการพิจารณา หลักการคิดไตร่ตรองว่า …เออ …อะไรมันใช่ อะไรมันถูก อะไรไม่ใช่อิสลาม โดยอาศัยหลักการที่มาจากอัลกุรอานและหะดิษที่ศอเหี้ยะจริงๆ หาใช่เป็นการปฏิบัติตามกันมาหรือฟังมาโดยมิได้สืบสาวราวเรื่องนั้นๆไม่หรอกนะ

ดังนั้น

เมื่อรอมฏอนมาถึง

พี่น้องของเราต่างก็เตรียมตัวทำอิบาดะฮ์ต่างๆเท่าที่ตัวเองอยากทำ เท่าที่ตัวเองอยากปฏิบัติตามที่เรียนรู้มา ตามที่ศึกษามา ว่าต้องทำอย่างนั้น ต้องทำอย่างนี้ แต่แน่นอนก็คงจะขาดเสียไม่ได้ใช่ไหมครับว่า  อามาลที่เราทำ อามาลที่เราปฏิบัติ ทุกคนย่อมต้องเรียนรู้

ย่อมต้องการรับทราบถึงผลตอบแทนใช่ไหม ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีการละหมาดตะรอเวียะห์ที่ใครๆก็อยากทราบ ใครๆก็อยากรู้ ว่าทำแล้วได้อย่างไร ทำแล้วเป็นอย่างไรใช่ไหมครับ

แต่ทำไมหรือ.. ทำไมครับ…หากไม่มีซึ่งผลบุญมาล่อ มานำเสนออย่างมากมายเสียก่อน เราจะไม่ทำกันใช่ไหม เราจะไม่ปฏิบัติกันใช่ไหม หรือเพราะเป็นเพียงแค่สุนนะห์ หรือเป็นเพียงการสมัครใจครับถึงต้องนำเสนออย่างนี้

นี่แหละครับ ทำไมถึงต้องมีการกล่าว การนำเสนออย่างผิดๆถูกๆ เพื่อต้องการให้พี่น้องเรา เข้าหาสุนนะห์กัน ทำสุนนะห์กัน

หรือ!เพราะเราเองครับที่ไม่เข้าใจหลักการเอง ไม่เข้าใจศาสนาเอง ไม่ตระหนักเองถึงความสำคัญของการละหมาดดังกล่าว

จึงไม่รู้ว่า อะไรคือใช่ อะไรคือถูก อะไรที่มีหลักฐานรองรับ อะไรที่ต้องทำ เค้าถึงต้องนำเสนอมาแบบนี้เพื่อให้ท่านละหมาดและปฏิบัติอามาลนั้น

พี่น้องลองพิจารณาดูซิว่า ผลบุญข้างต้นเป็นอย่างไร มีหลักฐานรองรับไหม น่าเชื่อถือไหม

แล้วอย่างไรที่ควรรับทราบมากกว่ากัน….พี่น้อง

มาดูสิ่งที่คลาดเคลื่อนเเหล่านี้กันซิ

อ้างจากหนังสือดุรเราะตุนนาศีหีน อ้างถึงรายงานจากท่านอลีเราะฏิยัลลอฮุอันฮุ ความว่า

คืนที่1 ผู้ละหมาดจะไม่มีบาปเหมือนกับตอนที่เขาถูกคลอดจากท้องมารดาใหม่ๆ

คืนที่ 2 อัลเลาะห์อภัยโทษแก่เขาและบิดาของเขาหากเขาทั้งสองเป็นผู้ที่ศรัทธาต่ออัลเลาะห์

คืนที่ 3 มาลาอีกะจะประกาศใต้อารัชว่าเจ้าจงเริ่มทำความดีเถิดเพราะความชั่วทั้งหลายถูกลบล้างออกไปหมดแล้วเจ้าจงใช้ชีวิตให้สวยงามต่อไป

คืนที่4 เขาจะได้รับผลบุญเท่ากับคนที่อ่านคัมภีร์เตารอต อินยีล ซาบูรและอัลกรุอาน

คืนที่5 ได้รับผลบุญเท่ากับผู้ที่ได้ไปละหมาดทีมัสยิดหะรอม มัสยิดนาบาวีมัสยิดอัลอักซอ

คืนที่ 6ได้รับผลบุญเท่ากับผู้ที่ไปทำเตาวาฟ ณ บัลตุลมะมุร (กิบลัตของมาลาอีกะตรงกับบัยตุลเลาะ)หินและของมีค่าทั้งหมดในโลกนี้จะขออภัยให้แก่เขา

คืนที่ 7 ได้ผลบุญเหมือนกับเขาได้เกิดในสมัยที่ท่านนาบีมูซาสงครามกับฟิรอูนและฮามาน

คืนที่ 8จะได้รับผลบุญเหมือนกับอัลเลาะห์ได้ประทานแก่นาบีอิบฮีม (อ.)

คืนที่ 9 บุญที่ได้รับจะเท่ากับบุญการอีบาดะของนาบีมูฮัมหมัด (ซ.ล.)

คืนที่ 10 อัลเลาะห์จะทรงบันดาลให้พบแต่ความดีงามทั้งโลกนี้และโลกหน้า

คืนที่ 11 หากพวกเขาสิ้นชีวิตในคืนนี้ เขาก็เหมือนกับทากรที่ถูกคลอดใหม่ๆ

คืนที่ 12 เขาจะเกิดมาในวันกียามะด้วยใบหน้าที่ดุจดั่งจันทร์เพ็ญ

คืนที่ 13 เขาเป็นผู้บริสุทธิ์ในวันกียามะ

คืนที่ 14 ในวันกียามะมาลาอีกะจะเป็นพยานยืนเคียงข้างเขา

คืนที่ 15 มาลาอีกะตลอดจนมาลักที่แบกอารัชต่างๆจะอวยพรให้แก่เขา

คืนที่ 16 เขาจะถูกบันทึกว่าเป็นผู้ปลอดภัยจากนรก

คืนที่ 17เขาจะได้บุญเท่ากับผลบุญบรรดานาบีรวมกัน

คืนที่ 18 มาลาอีกะจะประกาศชื่อของเขาว่า แน่แท้พระองค์อัลเลาะห์ทรงอภัยในตัวเขาและบิดามารดาของเขา

คืนที่ 19 อัลเลาะห์จะยกฐานะอันสูงส่งในชั้นฟิรเดาส์

คืนที่ 20 เขาจะได้รับผลบุญเท่ากับผู้ที่ตายชาฮีด

คืนที่ 21 อัลเลาะห์จะสร้างบ้านหลังหนึ่งที่เต็มไปด้วยรัศมีให้แก่เขา

คืนที่ 22 เขาจะไปปรากฏตัวในวันกียามะโดยปราศจากความทุกข์

คืนที่ 23 อัลเลาะห์ได้เตรียมเมืองไว้สำหรับให้เขาครอบครอง

คืนที่ 24 อัลเลาะห์เปิดโอกาสรับดุอายี ่สิบสี่ประการ

คืนที่ 25 อัลเลาะห์ทรงยกโทษในกุโบร์ให้แก่เขา

คืนที่ 26  อัลเลาะห์ทรงยกผลบุญเท่ากับทำอีบาดะสี่สิบปี

คืนที่ 27 เขาจะเดินผ่านสะพานซีร็อตดุจฟ้าแลบ

คืนที่ 28 อัลเลาะห์ทรงยกฐานะให้เขาหนึ่งพันชั้น

คืนที่ 29 อัลเลาะห์ทรงประทานผลบุญให้เท่ากับประกอบพิธีฮัจย์หนึ่งพั นครั้ง

คืนที่ 30 อัลเลาะห์ทรงกล่าวว่า ” โอ้บ่าวของฉันจงมารับประทานผลไม้ในสวรรค์และจงอาบน้ำซัลซาบีล (ซึ่งเป็นน้ำทิพย์ในสวรรค์)จงดื่มน้ำอัลเกาซัรซึ่งเราเป็นเจ้าของ เจ้าเป็นบ่าวของเรา เจ้าได้ปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าเสร็จสมบูรณ์แล้ว

———–

ผู้ศรัทธาเอ๋ย รู้ไหมว่าสิ่งที่เค้าอ้างมาว่า เป็นหะดิษ เป็นคำสอนของท่านรอซูลลุลลอฮข้างต้น มันคือหะดิษเมาฎัวะอฺ(หะดิษเก๊) ทำไมหรือที่เป็นเมาฎัวะอฺครับ ก็เพราะหะดิษข้างต้นไม่มีเลยซึ่งการระบุถึงสายรายงานหะดิษ นักรายงานหะดิษ และผู้รายงานหะดิษที่จะยอมรับว่าเป็นหะดิษศอเหี้ยะ เป็นหะดิษที่บรรดาอุลมาร์ของโลกจะนำมาพิจารณาและระบุถึงในตำรับตำราต่างๆแม้กระทั่งของอิหม่ามชาฟีอีเองก็ตาม และถ้อยคำดังกล่าวนั้น ได้บ่งอย่างชัดเจนถึงการกุฮะดิษขึ้นมา

ซึ่งผลบุญต่างๆที่เกี่ยวข้องกับอิบาดะห์นั้น ย่อมเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งกับการระบุถึงหลักฐานที่รองรับจากอัลกุรอานและหะดิษครับ

โกหกเพื่อให้เขามาละหมาดกันได้หรือ .ออ..อิสลามชวนกันละหมาดแบบนี้หรอ

อิสลามนั้นสมบูรณ์ สมบูรณ์ในความจริงที่ปรากฎ ไฉนเลย ต้องนำสิ่งนี้มาล่อ มาหลอกกันด้วย

การปฏิบัติอามาลย่อมอยู่ในจิตสำนึกของคนมุสลิม ไม่จำเป็นใช่ไหมที่ต้องนำสิ่งนี้ มาล่อ มาหลอกกันใช่ไหมครับ

มารับรู้กัน มาตระหนักกัน ถึงหะดิษที่ไม่มีข้อขัดแย้ง ไม่มีซึ่งอุลมาร์ท่านใดของโลกหรืออิหม่ามชาฟีอีเองที่ท่านสังกัด ที่ท่านเชื่อถือที่จะกล่าว ที่จะแย้งว่า มันเป็นฏออีฟ มันเป็นเมาฏัวะอฺครับ

ความประเสริฐของการละหมาดตะรอวี๊ห์

عَنْ أَبِيْ هُرَيْرَةَ رَضِيَ اللهُ عَنْهُ قاَلَ : قاَلَ رَسُوْلُ اللهِ صَلَّى اللهُ  عَلَيْهِ وَسَلَّمِ : ” مَنْ قاَمَ رَمْضاَنَ إِيْماَناً وَاحْتِساَباً غُفِرَلَهُ ماَ تَقَدَّمَ مِنْ ذَنْبِهِ

ความว่า จากอบี ฮุรอยเราะห์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่าท่านรอซูล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม)กล่าวว่า “ผู้ใดที่ละหมาดในเดือนรอมฎอนด้วยความศรัทธา (ต่อคำสั่งและสัญญาของอัลลอฮฺ)รวมทั้งคาดหวังผลตอบแทนจากพระองค์ แน่แท้พระองค์จะทรงอภัยโทษต่อบาปต่างๆ ที่ผ่านมา”(มุตตะฟะกุน อะลัยห์ : บุคอรี 2/252 และมุสลิม 1/523)

คำอธิบายหะดิษ

การงานที่ศาสนาอิสลามส่งเสริมให้บรรดามุสลิมกระทำในเดือนรอมฎอน คือ การละหมาดในเวลากลางคืน ซึ่งเป็นที่รู้จักว่าเป็นการละหมาดตะรอวี๊ห์ และผลการตอบแทนในการปฏิบัตินั้นยิ่งใหญ่ไม่น้อยไปกว่าการประกอบอิบดะฮ์ประเภทอื่นๆ ที่ใช้ให้ปฏิบัติในเดือนรอมฎอน เช่น การถือศีลอด เพราะต่างได้รับการสัญญาว่าจะได้รับการอภัยโทษในบาปที่กระทำมา เฉกเช่นเดียวกับการตอบแทนที่ได้สัญญาแก่คนที่ปฏิบัติอะมัลอิบาดะฮ์ในค่ำคืนอัลเกาะดัรในด้านการได้รับอภัยโทษ ทั้งหมดนั้นขึ้นอยู่กับความมั่นใจของเราต่อคำสั่งของอัลลอฮ์ รวมทั้งความบริสุทธิใจในการปฏิบัติอะมัลดังกล่าวด้วย

ส่วนหุก่มของการละหมาดตะรอวีห์นั้น บรรดาอุลามาอ์ได้ลงความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า เป็นสุนัตสำหรับชายและหญิง และใช้ให้ปฏิบัติทั้งในรูปแบบญะมาอะห์หรือในลักษณะต่างคนต่างทำ แต่การปฏิบัติในรูปแบบญะมาอะห์จะมีความประเสริฐมากกว่า

บทเรียนจากหะดีษ

1. ความประเสริฐของเดือนรอมฎอนและอิบาดะฮฺกิยามุลลัยล์ในเดือนรอมฎอน

2. มีความมั่นใจต่อคำสั่งของอัลลอฮฺ และความบริสุทธิ์ใจในการประกอบอิบาดะฮฺนั้นถือว่าเป็นเงื่อนไขหลักของการได้มาซึ่งการตอบแทนจากอัลลอฮฺ (หมายถึงอัลลอฮฺจะทรงพิจารณาถึงความบริสุทธิ์ใจในการประกอบอิบาดะฮฺของบ่าว)

3. เราะมัตของอัลลอฮฺ ซึ่งพระองค์จะให้อภัยต่อบาปต่างๆ ที่ผ่านมาแก่ผู้ที่ดำรงละหมาดในค่ำคืนเดือนรอมฎอน

หวังเพียงอย่างยิ่งว่า พี่น้องทั้งหลายจะตระหนัก จะพิจารณาและทบทวนตัวเองอยู่เสมอว่า เราละหมาดตามใคร เราละหมาดอย่างไร เราละหมาดถูกต้องไหม อิริยาบทเป็นอย่างไร สอดคล้องไหมกับสิ่งที่อัลลอฮว่า รอซูลว่า

หรือเราเพียงก้มๆเงยๆ เพื่อให้ผ่านพ้นซึ่ง 5 เวลาที่มาถึง เพื่อให้เสร็จสิ้น เพื่อให้รับรู้กับตัวเอง กับเพื่อนๆว่า เราละหมาดแล้ว เราเสร็จแล้วครับ

ที่สำคัญ ตะรอเวียะห์ หาใช่เป็นอิบาดะห์ที่เราจะละหมาดที่ไหนก็ได้ จะละหมาดอย่างไรก็ได้ไม่ แต่เป็นอิบาดะห์ที่ต้องการความสมบูรณ์ ความคุชัวะ ความถูกต้อง ที่ไม่ใช่แบบก้มๆ เงยๆอย่างรวดเร็ว อย่างรีบด่วน เหมือนบางมัสยิดที่เป็นอยู่ในสังคมปัจจุบัน

ดังนั้น

น่าเสียดายนะ หากคืนนี้ ท่านเลือกมัสยิดที่ละหมาดอย่าง ก้มๆ เงยๆ อย่างรวดเร็ว อย่างรีบด่วนครับ

เพราะท่านมิใช่ต้องการให้ผ่านพ้นใช่ไหม ต้องการให้เสร็จเร็วๆใช่ไหม แต่ท่านต้องการผลบุญที่เกิดจากการนอบน้อมอย่างมีคูชัวะ อย่างตั้งใจที่จะขอขอดุอาร์ต่างๆ จริงไหมครับ…พี่น้อง

พี่น้องเอ๋ย

อดทนนะ อดทน อย่าเบื่อกับอิบาดะที่ท่านทำเลยครับ…เพราะฟิรดาวส์ของท่านอยู่แค่เอื้อม…

อินชาอัลลอฮ

والسلام عليكم ورحمة الله وبركاته

บททบทวนการละหมาดตะรอเวียะห์สำหรับบุคคลทั่วไป

http://www.islammore.com/main/content.php?page=sub&category=4&id=1445

บททบทวนการละหมาดตะรอเวียะห์สำหรับมุสลีมะห์

http://www.islammore.com/main/content.php?page=sub&category=4&id=1446