กรุสำหรับ กรกฎาคม, 2010

อดีตที่เคยเป็น กับวันนี้ที่ต้องเผชิญ

โดย อบูนะบีล

بِسْمِ اللهِ الرَّحْمَنِ الرَّحِيْم

الســـــــــــــــــلام عليكم ورحمـــــــــــــــــــــة الله وبركاته‏

มุสลิมหลายคนทั้งที่เคยคลุมผม ทั้งที่เคยปิดหน้า หรือทั้งที่เคยไว้เครา หรือภายนอกของเขา การกระทำของเขา มีอะไรบางอย่างที่มันบ่งบอกได้ว่า นั่นคือมุสลิมคนหนึ่ง!!จะด้วยเหตุที่เขารู้ดีว่านั่นคือหลักการหนึ่งที่อัลลอฮซุบฮานาฮุวาตะอาลาทรงใช้ นั่นคือหลักการหนึ่งที่มุสลิมนั้นต้องกระทำและยืนหยัด แต่เมื่อเขาต้องประสบและเผชิญกับสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน  ใยเล่าเขาได้เปลี่ยน!! ใยเล่าเขาได้ใจอ่อนถึงเพียงนั้น!!

الإسْلاَمُ يَعْلوْ وَلاَ يُعْلى عَلَيْهِ

อิสลามนั้นสูงส่ง ไม่มีอะไรอื่นเลย จะสูงส่งได้กว่าอิสลาม

แต่น่าแปลกว่า ทำไม?? สถาบันบางแห่ง องค์กรบางองค์กร สถานประกอบการของมุสลิมที่เป็นผู้ครอบครองบางแห่ง หรือสถานที่ซึ่งมีมุสลิมยืนอยู่ ทำงานอยู่ ศึกษาอยู่บางสถาบันกลับไม่ปรากฏซึ่งหลักการหนึ่งหลักการใดแม้แต่น้อย หรือมี แต่ก็มีแค่บางเรื่อง ก็เพราะมุสลิมเรามักจะเลือกปฏิบัติใช้ในสิ่งที่สังคมและคนส่วนใหญ่ถูกใจและยอมรับ มุสลิมเรามักจะเลือกปฏิบัติใช้ในสิ่งที่คิดว่าถูกต้านน้อยที่สุด โดยไม่คำนึงว่านั่นเป็นสิ่งที่ถูกสั่งใช้และสั่งห้ามหรือเปล่า

มุสลิมมักจะกลัวไปเองว่า หากจะต้องปิดหน้าแล้วเข้าทำงานไม่ได้ หากจะต้องคลุมผมแล้วเข้าทำงานลำบาก หากจะต้องรักษาซึ่งจุดยืน ละทิ้งในสิ่งที่ผิดๆ แล้วทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้วนั้น อาจจะนำมาซึ่งแรงต้านจากสังคมนั้นมากมายกระมัง มันคงจะส่งผลต่ออนาคตการทำงาน การเรียนของเขาหรอกกระมัง เขาถึงจะต้องยอมปล่อยตัวเพื่อให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่สังคมและคนส่วนใหญ่ได้วางไว้

                ความเคร่งครัดของมุสลิมที่ถูกวาดฝันไปยังจอทีวี และสื่อมวลชนทั่วไปว่า มุสลิมเป็นผู้ที่ก่อการร้าย มุสลิมเขาหัวรุนแรง มุสลิมเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ หรือมุสลิมที่ยืนหยัด รวมถึงการกระทำซึ่งแสดงออกถึงการปฏิเสธในสิ่งที่เป็นญาฮีลียะห์ทั้งหลาย นั่นคือพวกหัวรุนแรง นั่นคือการกระทำที่แข็งกระด้าง จนทำให้มุสลิมที่ละเลย และไม่ใส่ใจในหลักการศาสนาหลายๆ ประการ ถูกซึมซับด้วยกับความเชื่อเหล่านั้น การนำเสนอเหล่านั้น เลยคิดเอง เออเองไปว่าสิ่งเหล่านี้หล่ะ มันเป็นสิ่งที่ถูกแล้ว หากเขาจะพูดกัน มันเป็นอุปสรรคประการสำคัญของการรักษาจุดยืน(ความเป็นมุสลิม)ของเขาในสถานที่ใด สถานที่หนึ่งเป็นแน่กระมัง

ก็นั่นแหละ เพราะพี่น้องมุสลิมเราๆในปัจจุบันนั้นเอง ที่มักจะอ่อนแอในด้านจิตใจ อ่อนแอในด้านอีหม่าน เลยต้องรับผิดชอบกับภาพลักษณ์อันแย่ๆนั้นไปด้วย แถมบางคนก็รู้ดีว่าหลักการที่เขาควรยึดถือเป็นอย่างไร หลักการที่เขาเคยยืนหยัดเป็นเช่นไร แต่เขาจำต้องฝืนทิ้งหลักการนั้นมันไป ก็ด้วยเหตุผลที่เขาไม่เรียนรู้ เขาไม่ตระหนัก หรือเขาเองนั้นก็รู้ แต่เหตุที่เขานั้นเกรงใจ เกรงกลัวอย่างนั้น อย่างนี้กับมนุษย์เพียงไม่กี่คน จึงไม่กล้าที่จะบอกไปว่า นั่นคือสิ่งที่เขาได้สิทธิมาแต่ต้นแล้ว กับการที่เขากล่าวปฏิญาณออกไปว่า เขานั้นศรัทธาต่ออัลลอฮองค์เดียวและเขาก็มีแบบอย่างจากท่านรอซูลของอัลลอฮมาใช้ในชีวิตประจำวันอยู่ แต่เขาก็ยอมที่จะลดเกียรติของตัวเอง ลดศักดิ์ศรีของตัวเอง และละทิ้งสิ่งที่อิสลามได้บอกไว้ว่า สิ่งนั้นหากกระทำแล้วนั่นเป็นสิ่งที่ผิด นั่นเป็นสิ่งที่โสมมไปแล้ว

เราในปัจจุบันมักจะเกรงใจมนุษย์ แต่เราไม่เคยที่จะเกรงกลัวอัลลอฮ เรามักจะกลัวมนุษย์ไม่ให้ในสิ่งที่เราอยากได้ แต่เรากลับไม่คิดที่จะกลัวว่าอัลลอฮไม่ให้แล้ว ใครเขาจะให้ได้ หากอัลลอฮทรงกริ้วแล้ว ใครกันหรือที่จะให้เราในทุกสิ่งนั้นได้ เราลืมนึกถึงกรรมสิทธิและอำนาจอันผู้เดียวของอัลลอฮซุบฮานาฮุวาตะอาลากันไหม..น่าคิดนะ

นี่รอมฎอนก็เข้ามาแล้ว (ก็ไม่อยากให้มีผลต่ออามาลในแต่ละวัน ยอมเขาแต่ผลบุญเราเสียไป)

             ผู้เขียนเอง หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จากนี้เป็นต้นไป ไม่ว่าเราและท่านทั้งหลายจะต้องเผชิญกับสิ่งไหน ไม่ว่าเราและท่านทั้งหลายต้องเผชิญในรูปแบบสถานการณ์ที่บีบคั้นเรา มากเพียงใด ในที่ทำงาน ในสถานศึกษา หรือในที่ที่เรานั้นเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ก็ตามแต่ ขอให้เชื่อมั่นว่า การแสดงซึ่งจุดยืนตามในสิ่งที่หลักการอิสลามได้ระบุไว้ว่า การกระทำนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง การงดเว้นการกระทำนั้นเป็นสิ่งที่ผิดแล้ว ย่อมทำให้เรานั้นผ่านพ้นอุปสรรคใดๆลงไปได้อย่างแน่นอน เพราะอิสลามนั้นสูงส่ง ไม่มีอะไรอื่นเลยจะสูงส่งเท่ากับอิสลาม อยู่ที่ว่าเรากล้าไหมที่จะพูด เรากล้าไหมที่จะแสดงออก เราพร้อมหรือยังที่จะเผชิญกับบททดสอบต่างๆที่มีอยู่สำหรับผู้ศรัทธา

อัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลาทรงตรัสว่า

إِنَّ الَّذِينَ قَالُوا رَبُّنَا اللَّهُ ثُمَّ اسْتَقَامُوا فَلَا خَوْفٌ عَلَيْهِمْ وَلَا هُمْ يَحْزَنُونَ  * أُوْلَئِكَ أَصْحَابُ الْجَنَّةِ خَالِدِينَ فِيهَا جَزَاء بِمَا كَانُوا يَعْمَلُونَ
ซึ่งมีใจความว่า “แท้จริงบรรดาผู้ที่กล่าวว่า พระเจ้าของพวกเราคืออัลลอฮฺ แล้วพวกเขาก็ยืนหยัด (เชื่อฟังและปฏิบัติ) ตามคำกล่าวนั้น จะไม่มีความหวาดกลัวใด ๆ แก่พวกเขา และพวกเขาก็จะไม่เศร้าสลดใจ * ชนเหล่านั้นคือชาวสวนสวรรค์ พวกเขาเป็นผู้พำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล เป็นการตอบแทนที่พวกเขาได้กระทำไว้” [46.13-14]

และอัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลาทรงกำชับไว้กับบรรดาผู้ศรัทธาว่าอย่าได้ตามอารมณ์ของคนอื่นอันเป็นเหตุที่ทำให้เราไม่ยืนหยัดในหลักการอิสลาม ว่า

ثُمَّ جَعَلْنَاكَ عَلَى شَرِيعَةٍ مِّنَ الْأَمْرِ فَاتَّبِعْهَا وَلَا تَتَّبِعْ أَهْوَاء الَّذِينَ لَا يَعْلَمُونَ          
ซึ่งมีใจความว่า “แล้วเราได้ตั้งเจ้าให้อยู่บนแนวทางหนึ่ง ในเรื่องของศาสนาที่แท้จริง ดังนั้นจงปฏิบัติตามแนวทางนั้น(หลักการของอัลลอฮฺ) และอย่าได้ปฏิบัติตามอารมณ์ต่ำของบรรดาผู้ไม่รู้” [อัลญาษิยะฮฺ :18]

พี่น้องครับ ดุนยามันก็คือเกมที่ทดสอบผู้ศรัทธาอยู่นะ  ผ่านไปให้ได้แล้วกัน

والسلام عليكم ورحمة الله وبركاته
————————————-
บางคนพร่ำบ่นว่าเหตุใดพระเจ้าจึงทรงสร้าง “หนาม” ใน “ดอกกุหลาบ” ขณะที่บางคนขอบคุณพระองค์ที่ทรงสร้าง “ดอกกุหลาบ” ให้อยู่ล้อมรอบ “หนาม”
โฉมใหม่แล้ววันนี้ที่
http://shabab000.spaces.live.com

ผู้ที่อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ ผู้อยากเปลี่ยนแปลงชีวิตใหม่ในรูปแบบอิสลาม
สำหรับผู้ชาย ติดต่อ คุณชารีฟ วงเศงี่ยม มือถือ 0819284958 danish8484@yahoo.com
สำหรับผู้หญิง ติดต่อ คุณอะมานี โต๊ะมอง มือถือ 081 448 6516 supranee_to@hotmail.com
 
เวปไซต์ที่สามารถเข้าไปหาข้อมูลได้ http://www.อิสลาม.net/ , http://www.islam-talks.com/

โฆษณา

เทคโนโลยีแท้ แพ้ศรัทธา

โดย อบูนะบีล

بِسْمِ اللهِ الرَّحْمَنِ الرَّحِيْم

الســـــــــــــــــلام عليكم ورحمـــــــــــــــــــــة الله وبركاته‏

                      ขีปนาวุธของยิวและอเมริกาที่เรียกว่า เทคโนโลยี เขาเอาไว้ถล่มพี่น้องมุสลิม

ขีปนาวุธของยิวและอเมริกาที่เรียกว่า เทคโนโลยี เขาก็เอาไว้มัวเมาพี่น้องมุสลิมทั้งโลก และอะไรๆที่เรียกว่า เทคโนโลยี  ที่มุสลิมใช้อยู่ในวันนี้ เราก็มักใช้ในทางที่ไปทำลายมุสลิมด้วยเช่นกัน

ไม่ว่าจะเป็นขีปนาวุธประเภท กระสุนปืนหรือลูกระเบิด  ไม่ว่า เทคโนโลยี จะเป็นประเภทเครื่องมือสื่อสารต่างๆก็ตามแต่ สิ่งที่เรียกว่า เทคโนโลยีเหล่านั้น มันคือเหตุหนึ่งที่ไปทำลายอีหม่านและความศรัทธาของพี่น้องเราในวันนี้นั่นเอง

                         แต่ก็มีพี่น้องเราบางส่วนที่อาศัยอยู่ในดินแดนอาหรับหลายๆประเทศได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีต่างๆ เนื่องจากการนำไปใช้ในการถล่มพวกเขาอยู่ทุกวันนั้น กลับไม่สามารถที่จะทำลายอีหม่านและความศรัทธาของพวกเขาเลยแม้แต่น้อยเพราะพวกเขาเหล่านั้น ต่างก็รู้กันดีว่าการยืนหยัด และการปฏิเสธซึ่งสิ่งที่ทวนกระแสอิสลาม แล้วนำมาซึ่งการเสียสละตัวเองในหนทางของอัลลอฮนั้น มันคือการมีชีวิตอยู่ ณ ที่อัลลอฮซุบฮานาฮุวาตะอาลา แม้เขาจะได้ชื่อว่าเป็นผู้เสียชีวิตแล้วก็ตาม

อัลลอฮซุบฮานาฮุวาตะอาลา ทรงตรัสไว้ในซูเราะห์อัลบะกอเราะห์ อายะฮที่ 154 ไว้ซึ่งมีใจความว่า “และจงอย่ากล่าวว่าบรรดาผู้ที่ถูกฆ่าในหนทางของอัลลอฮ์ว่า พวกเขาตาย ความจริงแล้ว พวกเขายังมีชีวิตอยู่ แต่สูเจ้าหาได้ตระหนักถึงชีวิตนั้นไม่”

เลือกที่จะเป็นอย่างพวกเขาได้ หากเราในวันนี้เลือกที่จะใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่ไม่เลือกที่จะเดินตามแผน ที่ยิวและอเมริกาวางไว้

เลือกที่จะเป็นอย่างพวกเขาได้ หากเราในวันนี้เลือกที่จะใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่ไม่เลือกที่จะศึกษาเพื่อให้ได้ความรู้ในทางดุนยา มากกว่าในเรื่องของศาสนา

 

เราใช้ชีวิตกันอย่างไร เรายืนอยู่ในสังคมทุกวันนี้ด้วยกับสิ่งใด???? คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุค โทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ คือส่วนหนึ่งที่ทำให้เราวันนี้ห่างไกลจากศาสนามากขึ้นหรือไม่

ใช่หรือ!!! ความศรัทธาที่เราเชื่อว่า วันสอบสวนนั้นมีจริงแน่นอน แต่ด้วยเทคโนโลยีเพียงไม่กี่ชิ้น กลับทำให้เราต้องฝ่าฝืนข้อห้ามบางประการ แล้วต้องเผชิญชะตากรรมในวันที่เราเชื่อว่ามีจริงนั้นไป

ยอมที่จะให้เศษเล็กๆของชีวิต ลดความศรัทธาได้ขนาดนั้น เชียวหรือ!!

ยอมที่จะให้เศษเล็กๆรอบตัวเรา ลดความเป็นมุสลิม ลดอีหม่านได้อีกหรือ!!

ไม่ยากเลยสักนิด หากความศรัทธาที่เรามีอยู่ในวันนี้ มันจะเพิ่มพูนด้วยกับเทคโนโลยีเหล่านั้น ก็แค่กลับมาทบทวนกันสักนิดว่า สิ่งที่เรามี สิ่งที่เราได้ เราใช้ไปในหนทางใด  ดุนยา หรืออาคีเราะห์มากกว่ากัน

เรามุสลิม!! ใช้เทคโนโลยีแท้ได้ แต่ต้องไม่แพ้อีหม่านตัวเองนะครับ

والسلام عليكم ورحمة الله وبركاته

เยี่ยมชม  http://shabab000.spaces.live.com/