คุยก่อนแต่งหรือแต่งแล้วค่อยคุย

Posted: มีนาคม 21, 2010 in บทความสะกิดใจ
ป้ายกำกับ:

คุยก่อนแต่งหรือแต่งแล้วค่อยคุย

โดย อบูนะบีล

بِسْمِ اللهِ الرَّحْمَنِ الرَّحِيْم
السلام عليكم ورحمة الله وبركا ته

มักจะเคยได้ยินกันบ่อยว่า ไม่คุยแล้วจะแต่งได้หรึ!!! ไม่คุยก่อนแล้วจะรู้นิสัยกันหรือ??

หากจะดูกันผิวเผิน มันก็สมเหตุสมผลอยู่หรอก  หากพี่น้องเราเค้าจะคิดกังวลกับความเป็นจริงที่ว่า รู้หน้าแต่ไม่รู้ใจ ต้องดูหน้าก่อนถึงจะรู้นิสัย ต้องคุยกันก่อนถึงจะได้แต่งกัน แต่เราลองถามตัวเองกันดูว่า อะไรคือสิ่งที่เราต้องการ…?  และอะไรคือสิ่งที่พระองค์ทรงปรารถนา…

เราทั้งสองต่างก็เป็นบ่าวของอัลลอฮฺ…อะไรที่อัลลอฮฺสั่งใช้ และอะไรที่อัลลออฺทรงห้าม เราทั้งสองก็รู้ดี แต่มาในวันนี้ เรายังละเลยในสิ่งที่พระองค์ทรงห้ามอยู่หรือเปล่า เรายังละเลยในสิ่งที่พระองค์ทรงกำชับว่า สิ่งนั้นหล่ะ คือการฝ่าฝืนอยู่ไหม??            เราทั้งสองอาจจะอ้างกันแค่ว่า เราไม่ได้คิดอะไรมากหรอก!!! เราก็แค่ถามทุก สุขเขาเท่านั้น เราก็แค่อยากคุยกับเขาเพื่อรู้นิสัยและปรึกษาหารือเพียงนั้น ไม่คุยกันแล้ว รู้สึกเหงายังไงก็ไม่รู้ **

แต่ความไม่คิดมากของเราอยู่นั้น มันคือสิ่งที่เรากำลังฝ่าฝืนฮู่กุ่มของพระองค์อยู่หรอกใช่ไหม !! มันคือการทำให้เราทั้งสองอีหม่านลดอยู่หรือเปล่า???มันคือการบั่นทอนซึ่งความดีของเราอยู่ไหม

คนที่ยังไม่มั่นใจในคู่ที่ตัวเองเลือก ถึงขนาดจะต้องมีการหมั้นหมายกันก่อน เพื่อจะได้คุย รู้นิสัยกัน มั่นใจแล้ว ค่อยแต่ง (แต่หากไม่ใช่นิสัยที่ถูกใจ) สุดท้ายก็ต้องลงเอยด้วยกับการ ถอนหมั้น !! นี่หล่ะนะ คือความรู้สึกของหัวใจที่ถูกเรียกว่า อารมณ์นัฟซูเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ถูกใจ แต่ไม่ถูกหลักการ!! นี่หล่ะครับ คือการเลือก แบบ ผู้ชายต้องหล่อ รวย ผู้หญิงต้องสวย รวย มากกว่า ที่จะเลือกเพราะมีอีหม่าน ถึงเรายังไม่ค่อยมั่นใจในใครสักคนนึงที่เราเลือกไว้!!!

อิสลามเน้นให้พิจารณา ถึง สี่ประการ แต่ให้เน้นหนักที่สุดในการเลือก นั่นก็คือ มีความรู้ศาสนา + อีหม่าน ไม่ใช่ มีศาสนา แต่ขาดซึ่งอีหม่าน …จบไหม หากเราเลือกกันอย่างนี้กัน จำเป็นอีกไหม หากจะต้องคุยเพื่อรู้นิสัยกันก่อนแต่ง พึงรู้ด้วยว่า มีชายคนหนึ่งถามท่านหะสัน บิน อาลี ว่า “ฉันมีลูกสาวคนหนึ่ง แล้วชายมีลักษณะอย่างไรที่ฉันควรเลือกเป็นสามีนาง ? ท่านตอบว่า “ชายที่มีความยำเกรงต่ออัลลอฮ ซึ่งเขามีความสุข เขาก็จะให้เกียรติซึ่งกันและกัน แต่หากเขาทุกข์ เขาก็จะไม่กระทำที่ทารุณโหดร้าย” (ดูฟิกฮุส สุนนะฮ ของสัยยิด สาบิก)

เป็นเพราะอะไรกัน  เราในวันนี้ เรายังคงที่จะใช้รูปแบบอื่นซึ่งไม่ใช่รูปแบบอิสลามอยู่ เรายังคงอ้างกันนักกันหนาว่า เราทั้งสองเจตนาดี เราทั้งสองจะคุยกันเพื่อแต่งงาน เราทั้งสองกระทำกันเพื่ออัลลอฮ เราทั้งสองคบกันด้วยความบริสุทธิ์ใจและไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกันเหมือนคู่(กาเฟร)คนอื่นๆเค้า แต่สิ่งที่ทำให้เราต้องเป็นผู้ฝ่าฝืนต่อพระองค์อยู่ตอนนี้นั้นมันก็ไม่ต่างอะไรกับกรอบภายใต้สังคมที่เรียกว่า แฟน ไม่ใช่กรอบที่อัลลอฮฺ(ศาสนาอิสลาม)กำหนดหรอกใช่ไหม

ต่างคน  ต่างก็ไม่รู้หรอกว่า อะไรบ้างที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตของเขาในภายภาคหน้า แล้วชีวิตของเขาทั้งสองก็ไม่รู้จะไปในทิศทางใด ดีหรือไม่ดี? ได้หรือไม่ได้ ยังไม่รู้กันเลยใช่ไหม!!

แล้วอย่างนี้ เราทั้งสอง ยังที่จะช่วยบั่นทอนซึ่งอีหม่านและความยำเกรงให้ลดลงอยู่อีกหรือ เรายังจะคุยกัน สอบถามกันอย่างพร่ำพรื่ออีกหรือ…

รักหรือที่ทำให้เรานั้น  อีหม่านอ่อน รักหรือที่ทำให้เรานั้น ได้บาป และเราทั้งสองรักกันใช่ไหมครับ ถึงทำให้ทั้งคู่ จมปลักด้วยกับสิ่งที่เป็นความผิดเสมอมา แล้วนำมาซึ่งน้ำหนักบนตราชั่งของความชั่วครับ เราทั้งสองรักกันเสียจริงๆๆ….หรือเปล่า โอ้ผู้ใช้สติปัญญาใคร่ครวญเอ๋ย

ท้ายนี้แล้ว อะไรคือสิ่งที่เราทั้งคู่ปรารถนา/ต้องการในการคุยกันระหว่างกัน…???

ความเป็นเพื่อน…? (ภายใต้กรอบที่คุยได้หรือไม่ได้ เท่าที่จำเป็น ไม่ใช่หาเรื่องคุย )

เป็นพี่น้อง…? (ภายใต้กรอบที่คุยได้หรือไม่ได้ เท่าที่จำเป็น ไม่ใช่หาเรื่องคุย )

หรือว่า…ครอบครัว?

หากคำตอบของเราคือ (ความเป็นเพื่อน,พี่น้อง+จำเป็น) ก็อัลฮัมดุลิลลาฮ แต่ถ้าคำตอบของเราคือ (ครอบครัว)แล้วหล่ะก็…!!!อยากให้ถามใจตัวเองสักนิดนึงว่า จะยอมไหม คุยเพื่อให้เกิดความรักก่อนแต่งงาน แบบที่คิดว่า นั่นก็คือความรัก แต่ความเป็นจริง มันก็คือ การหลอกลวง เพราะอัลลอฮซุบฮา นาฮุวา ตะอาลา ทรงตรัสไว้ซึ่งความรักจะเกิดขึ้นหลังแต่งเพียงนั้น

จะยอมไหม คุย เพื่อให้เกิดความรู้สึกรักก่อนแต่งงาน แบบที่คิดว่า นั่นก็คือความรู้สึกดี แต่ความเป็นจริง มันก็คือ นัฟซู(อารมณ์ใฝ่ต่ำของมนุษย์)ที่ดีดีเท่านั้นเอง เพราะอัลลอฮซุบฮา นาฮุวา ตะอาลา ทรงตรัสไว้ซึ่งความรักจะเกิดขึ้นหลังแต่งเพียงนั้น

และสุดท้าย  จะยอมไหม หากคนนึงทำอะไรที่อาจจะทำให้ผิดหวังหรือเสียใจกัน! กล้าที่จะตอบตัวเองได้ไหม ว่ายังต้องการอยากให้เป็นภรรยา เป็นแม่ที่ดีดีของลูก! เป็นสามี เพื่อเป็นผู้นำท่านและลูกๆห่างไกลจากไฟนรกอยู่ ยังจะยอมกันไหมครับ หรือมันก็แค่ของเล่นที่เบื่อเมื่อไหร่ เลิกคุยกันเมื่อนั้น เพราะความที่ไม่เอาอิสลามมาเป็นเกณฑ์การตัดสิน…งงหรือเปล่า

หากสิ่งที่กล่าวมานี้นั้น  มันคือสิ่งที่เกิดขึ้น  ก่อนแต่งแล้วมันเกิดผลหลังแต่ง  เรายังจะคุยและคบกันอยู่อีกไหม  ครับ พี่น้อง….โอ้วัยรุ่นมุสลิมเราทั้งหลายครับ

ขจัดนัฟซูด้วยกับอามาลกันเถิดนะ

والسلام عليكم ورحمة الله وبركاته

———————

**ไม่คุยแล้วรู้สึกเหงาคลิก http://www.banatulhuda.com/webboard_show.php?Key=ไม่คุย&Page=1&postid=897

แอบรักผู้หญิงคนหนึ่งและติดต่อกับเธอก่อน คลิกhttp://www.baanmuslimah.com/dp57/node/864

โฆษณา
ความเห็น
  1. A-mir พูดว่า:

    อิสลาม เป็นสิ่งที่สวยงามเสมอ
    ไม่มีอะไรที่จะสวยงามยิ่งกว่าอิสลามอีกแล้ว

    แต่…

    มนุษย์ มักจะมองเห็นกงจักรเป็นดอกบัว
    เห็นสวะ เป็นสิ่งที่สวยงาม!!!

    ได้อย่างไร??????

  2. sabell พูดว่า:

    assalamualaikum
    อ่านบทความทุกตอนที่ส่งมาให้ค่ะ
    และยังรอต่อไปอีกเรื่อยๆค่ะ
    ขอบคุณน่ะค่ะ

  3. บ่าวผู่อ่อนเเอ พูดว่า:

    ได้อ่านบทความล่าสุด ยิ่งทำให้ฉันมั่นใจในสิ่งที่กำลังจะตัดสินใจ อัลฮัมดุลิลลาฮฺ

  4. قدوة حسنة พูดว่า:

    السلام عليكم ورحمة الله وبركاته ……أخ كريم ขอบคุณสำหรับทุกบทความที่ส่งมานะคะ และจะทำให้บทความเหล่านี้มีคุณค่าที่สุด โดยจะนำไปเผยแพร่ให้กับบรรดาเด็กๆเยวชน ที่ฉันดูแลพวกเขาอยู่ ขออัลลอฮฺตอบแทนความดีอันมากมายแด่ท่าน และให้พลังอันแข็งแกร่งที่จะให้ท่านขับเคลื่อนบทบาทในศาสนาต่อไป

  5. Mmk พูดว่า:

    อิสลามเน้นให้พิจารณา ถึง สี่ประการ แต่ให้เน้นหนักที่สุดในการเลือก นั่นก็คือ มีความรู้ศาสนา + อีหม่าน ไม่ใช่ มีศาสนา แต่ขาดซึ่งอีหม่าน …
    ในยุคสมัยเช่นปัจจุบันนี้ คุณจะพบบุคคลชายหญิงในคุณลักษณะที่กล่าวถึงได้จริงหรือ และจะมั่นใจได้อย่างไรว่าบุคคล ณ เบื้องหน้าคือ “ผู้ศรัทธา” ตัวจริง…
    การเรียนรู้ ที่พร้อมกับการใช้สติปัญญาใคร่ครวญ ผนวกกับประสบการในทุกด้านในการดำเนินชีวิตและตั้งอยู่บนหลักการแห่งอัลอิสลามนั้น คือแนวทางที่อาจนำสู่ความใกล้ และหนทางแห่งความสำเร็จ, อินชาอัลลอฮฺ
    การมองเพียงภาพคงไม่เพียงพอที่จะรุ้ และเข้าถึงความจริง… อัลลอฮ ถึงได้สร้างโสตประสาทอีกมากมายเพื่อเป็นเครื่องมือในการศึกษาเรียนรู้ในทุกสัญญาณของพระองค์ และที่สำคัญที่สุดก็คือ จิตวิญญาณ/สติปัญญา
    พระองค์ไม่ทรงมองรูปลักษณ์หรือการกระทำ หากมองถึงหัวใจอันหมายถึงจิตวิญญาณนั่นเอง ซึ่งเป็นการบอกให้มนุษย์ได้รู้ว่า จงใช้สิ่งนี้และโสตทั้งหลายที่ให้มาในการทำความเข้าใจหรือรู้จักในทุกสรรพสิ่ง
    อย่าได้จำกัดตัวเองในการใช้ทรัพยากรที่พระองค์ประทานมาให้ หากจงใช้ ใช้ด้วยความเข้าใจในขอบเขตที่ได้ถูกกำหนดมา อย่างจำกัดตัวเองอยู่ในกรอบแห่งมายา (ความคิดตัวเอง) ทุกคนมีจิตเสรี ด้วยทุกคนต้องรับผิดชอบต่อทุกความเป็น ทุกการตัดสินใจเมื่อถึงเวลาแห่งการตัดสิน
    … ยุคนี้ต่างจากยุคคุณปู่ คุณพ่อมากมาย แตกต่างในทุกมิติ แต่ที่ไม่ต่างกันก็คือ ความไม่เข้าใจในเจตนารมย์ของพระผู้สร้าง…
    นั่นหมายรวมถึงตัวผมเองด้วย วันนี้เรายังต้องเรียนรู้ในการปรับใช้ทุกเนี๊ยมัตแห่งพระองค์ให้เกิดเราะห์มัตสูงสุดเท่าที่อาจมี ในความด้อยและอ่อนแอที่มีอยู่ตลอดเวลาในการใช้ชีวิตเพื่อทำหน้าพิสูจน์ตัวเองว่า จะเป็นตัวแทนที่ดีได้เพียงใด..

    ฝากให้คิดในอีกมุม… ไม่ได้มีเจตนาอันใดมากไปกว่าการตักเตือนและบอกกล่าวในสิ่งที่คิดว่า “ควร”
    วัสลาม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s