กว่าจะเจอของจริง!!

Posted: ธันวาคม 21, 2009 in บทความสะกิดใจ


โดย อบูนะบีล

بِسْمِ اللهِ الرَّحْمَنِ الرَّحِيْم

السلام عليكم ورحمة الله وبركا ته

คุณจะไม่รู้ว่าอะไรคือของปลอม จนกว่าจะได้เจอของจริง!!

ชีวิตหนุ่มสาวที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น i-phon หรืออุปกรณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้อง บางคนได้มายี่ห้อหนึ่งด้วยกับราคาที่แพงๆๆ แต่วันนึงกลับได้อีกยี่ห้อที่เหมือนกัน แต่กลับมีราคาที่ถูกกว่า และของดีกว่า ยี่ห้อแท้กว่า จึงถึงบางอ้อว่า ออ!!ที่ผ่านมาเราได้ของปลอมนี่เอง !!

จะด้วยเหตุผลใดก็ตามที่หนุ่มสาวผู้นั้นได้รับรู้ว่า สิ่งที่ได้มาก่อนหน้านั้น คือสิ่งที่มันไม่ใช่ของจริง แต่มันกลับเป็นของปลอม แต่แน่นอนเค้าคงจะมีวิธีของเค้าหล่ะนะกับการที่เค้าได้เจอของจริงเอาจนได้ ว่าไหม??? นี่มันก็แค่การแสวงหาความจริงทางดุนยาหรอกนะที่พวกเค้าเหล่านั้นแสวงหาและค้นหาความจริงกัน

แต่ถามว่า เราในฐานะอะฮฺลุสสุนนะฮฺวัล-ญะมาอะฮฺหล่ะ วันนี้!!เราได้ค้นหาความจริงและแสวงหากันอย่างไร?? แน่ใจกันแล้วใช่ไหม ว่าสิ่งที่เราทำ อัลลอฮซุบฮานาฮุวา ตะอาลาทรงจะตอบรับ และแน่ใจกันแล้วหรือ??ว่านั่น คือสิ่งที่อัลลอฮว่า รอซูลว่าไว้ คำถามเหล่านี้คงจะต้องหาคำตอบให้กับตัวเองกันแล้วหล่ะครับ โอ้ผู้ทำการนมาซทุก ห้าเวลาแล้วเอ๋ย!!

คงจะมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่โชคดีกับการที่เค้าได้รับรู้ว่า สิ่งที่เค้ายึด ถือปฏิบัติกันที่ผ่านมาในเรื่องของการศรัทธา และอามาลอิบาดะห์ต่างๆนั้นมันคือ ของปลอม อันเพราะว่าเค้าได้เจอของจริงในภายหลังโดยอาจไม่ผ่านการแสวงหาอะไรมากนัก แต่ความโชคดีกับทางนำและความเข้าใจในเรื่องของศาสนาที่อัลลอฮซุบฮานาฮุวา ตะอาลา ทรงประทานให้กับเค้าเพียงไม่กี่คนเหล่านั้น มันจะเป็นการบ่งบอกว่า การที่เราอยู่อย่างเดิมๆ ใช้ชีวิตกันอย่างเดิมๆ แต่งกายอย่างเดิมๆ และเราละหมาดกันเหมือนๆเดิม โดยไม่ผ่านการตรวจสอบ และค้นหาความจริง(หลักฐาน)เพื่อเป็นสิ่งที่ค้ำยัน รับรองให้เกิดความแน่ใจในสิ่งที่่เราทำนั้น มันจะสร้างให้เรานั้นรอด ปลอดภัยจากการสอบสวนและการถูกตอบรับในสิ่งที่เรานั้นได้ปฏิบัติกันอยู่หรือครับ??

จริงหรือ??ที่เราแน่ใจกัน ถามตัวเองกันสักนิดนึง…

พี่น้องครับ

عن زيد بن وهب عن حذيفة أنه رأى رجلا يصلي فطفف فقال له حذيفة منذ كم تصلي هذه الصلاة قال منذ أربعين عاما قال ما صليت منذ أربعين سنة ولو مت وأنت تصلي هذه الصلاة لمت على غير فطرة محمد صلى الله عليه وسلم

ท่านซัยด์ บุตรของวะฮฺบ์ จากท่านหุซัยฟะฮฺ แท้จริงเขาเห็นชายผู้หนึ่งนมาซต่ำกว่ามาตรฐาน ท่านหุซัยฟะฮฺจึงกล่าวแก่เขาว่า ท่านนมาซแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่? เขาต้องว่า เขานมาซแบบนี้เป็นระยะเวลา 40 ปี ท่านหุซัยฟะฮฺจึงกล่าวว่า ท่านมิได้นมาซมาเลยตั้ง 40 ปี หากท่านเสียชีวิต (ตอนนี้) ในสภาพที่ท่านนมาซแบบนี้ ท่านจะเสียชีวิตอื่นจากแนวทางของท่านนบีมุหัมมัด” (หะดีษเศาะหี้หฺ, บันทึกโดยนะสาอีย์)

เห็นไหม!! ใครว่าเราเรียนอย่างไร เราก็ต้องละหมาดอย่างนั้น เราถูกสอนอย่างไร เราก็ต้องละหมาดอย่างนั้น ไม่ต้องสนใจแล้วว่า อิริยาบทแบบนั้นมีหลักฐานระบุอย่างไร อิริยาบทแบบนี้หลักฐานมีระบุไว้หรือเปล่า หรือไม่มี!! หรือเค้าพูดเพียงลอยๆ หรือคุณครูสอนเราให้กูนูตศุบฮฺ  เราก็ต้องกูนูตศุบฮฺ   ปู่ย่าตายายของเราให้ลูบหน้า เราก็ต้องลูบหน้า เขาให้เราอุศอลลี..เราก็ต้องอุศอลลีด้วย ไม่จำเป็นแล้วที่เราจะตรวจสอบหลักฐานกัน ไม่จำเป็นแล้วที่เราจะต้องอ่านเรื่องนี้กัน นั่นหรือ คือคำตอบที่จะให้กับตัวเอง และนั่นหรือครับ คือคำตอบกับเสบียงสะสมที่เราเตรียมไว้เพื่อถวายแด่พระองค์อัลลอฮซุบฮา นาฮุวา ตะอาลา

เราจะมีคำตอบและจะมั่นใจในความจริงเพียงแค่ว่าเหตุผลไม่กี่คำ เหตุผลไม่กี่ประโยคเพื่อหวังในการตอบรับจากพระองค์กันหรือครับ??

ท่านรสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวไว้ว่า “สิ่งแรกที่บ่าวจะถูกสอบสวนในวันกิยามะฮฺคือ การนมาซ,  หากการนมาซของเขาดี การงานอื่นๆของเขาก็พลอยดีไปด้วย และหากการนมาซของเขาบกพร่อง การงานอื่นๆของเขาก็พลอยบกพร่องไปด้วย” บันทึกโดย อัลเฏาะบะเราะนี อัลบานีย์ถือว่าเป็นหะดีษเศาะฮีฮฺ, อัลบานีย์, เศาะฮีฮฺ อัลญามิ๊อฺ, เล่ม 1 หน้า 503

เราในวันนี!!จะรอให้เจอของจริง โดยที่จะอยู่กันเฉยๆ ต่อเมื่อลมหายใจจะถูกดึงไปหรือร่างกายไม่พร้อมแล้วกับการแสวงหาอามาลที่ศอและฮต่างๆกันหรือครับ ถึงเราจะอ่านและตรวจสอบ ทบทวนกันและกัน

มันไม่ใช่เวลาแล้วพี่น้องที่จะมาคิดและพูดว่า คนๆนั้นเป็นคณะใหม่ ฉันเป็นคณะเก่า คนๆนั้นเป็นวะฮาบีย์ แต่ฉันนี้แหละสุนนะหฺจ๋าเลย!! ฉันนี้แหละอะฮฺลุสสุนนะฮฺวัล-ญะมาอะฮฺหตัวจริง ฉันไม่ฟังเค้าหรอก ฉันไม่อ่านหนังสือเค้าหรอก แต่ลองตรวจสอบแล้วค้นหาความจริงกันดูนะครับ แล้วเราจะได้รู้ว่า อะไรคือของปลอม อะไรคือของจริง เรามีของจริงแล้วหรือยัง!!

อย่ากล่าวเพียงแค่ลมปากว่าฉันนั้นเป็นอะฮฺลุสสุนนะฮฺวัล-ญะมาอะฮฺห แต่ฉันนั้นไม่ได้ทำอะไรเลยในวันนี้ มิฉะนั้นแล้ว คุณจะไม่รู้เลยว่า อะไรคือของปลอม จนกว่าจะได้เจอของจริง!!

والسلام عليكم ورحمة الله وبركاته

โฆษณา
ความเห็น
  1. มูฮำหมัด พูดว่า:

    อัสลามุอลัยกุม
    มีเรื่องที่อยากถามและแสดงความเห็น คือ ทำไมในงานเขียนที่เกี่ยวกับศาสนาอิสลาม มีหลายคนมักใช้คำว่า นมาซ ซึ่งผมคิดว่าน่าจะหมายถึงการละหมาด

    ถ้าหมายถึงการละหมาดจริง ทำไมจึงไม่ใช้คำว่า ละหมาด ไปเลย น่าจะเข้าใจได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะสำหรับคนที่ไม่ใช่มุสลิม เพราะคำว่าละหมาด เป็นคำบัญญัติในภาษาไทย แต่ คำว่า นมาซ ผมไม่แน่ใจ ว่ามีการบัญญัติ คำนี้เป็นภาษาไทยหรือไม่ และให้ความหมายว่าอย่างไร

    ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้นักเขียนเกี่ยวกับศาสนาอิสลาม ใช้คำที่มีบัญญัติเป็นภาษาไทย แต่ ถ้าคำไหนไม่มีบัญญัติ หรือ เป็นคำเฉพาะก็ว่ากันเป็นกรณีไป ซึ่งในงานเขียนภาษไทย ก็คงมีการอรรถาธิบายไว้อยู้แล้ว เพื่อให้สื่อสารกับคนอ่านได้เข้าใจมากที่สุด โดยเฉพาะกับคนที่ไม่ใช่มุสลิมที่อ่านภาษไทยได้ ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์มากที่สุด สำหรับการดะวาห์อิสลามียะห์

    เพราะบางคำ ถ้าเป็นคำศัพย์เฉพาะกลุ่มมากๆ แม้แต่มุสลิมเองก็ไม่เข้าใจ อย่างเช่น คำว่านมาซ แม้แต่คนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็น่าจะไม่เข้าใจ เพราะคนที่นั่นใช้คำว่า ซึมบะห์ยัง ที่เป็นภาษายาวี หรือ ใช้คำว่า ละหมาดในภาษาไทยไปเลย

    แต่ถ้าการใช้คำว่า นมาซ เพื่อการรณรงค์อะไรบางอย่างก็น่าจะแสดงให้ชัดเจนและเข้าใจ และต้องมีคำอธิบาย เพราะบางทีผมว่า เมื่ออ่านเรื่องที่เข้าใจยากๆ เพราะมีคำสัพท์เฉพาะเยอะๆ ทั้งๆที่ มีคำที่เป็นภาษาที่เข้าใจง่ายอยู่แล้ว ก็น่าจะทำให้คนอ่านเบื่อได้ จึงพลอยทำให้ไม่อยากอ่านงานเขียนประเภทนี้ไปด้วย ครับ

  2. ซอฟา พูดว่า:

    คําว่านามซหรือละหมาดเป็นคําๆเดียวกันนะแหละค่ะเพียวแต่ทว่าคุณมุฮัมหมัดไม่ทราบเองละค่ะ ละหมาดหรือนมาซทั้งสองคํานี้ไม่มีที่มาจากภาษาไทยเลยแม้แต่น้อย เดิมๆแล้วเป็นภาษาอุรดูหรือภาษาเปอร์เซีย ชะนั้นไม่ผิดเลยที่จะใช้คําว่านมาซหรือละหมาดในการเขียน คุณมุฮัมหมัดเข้าใจอะไรคลา่ดเคลื่อนหรือป่าวค่ะ คํ่าว่านมาซางภาคใต้ตอนล่างก็ใช้กันนะค่ะแต่ไม่ได้หมายถึงสามจังหวัดตอนล่างนะค่ะ หากเราไปอ่านงานเขียนต่างๆก็จะมช้การนมาซกันทั้งนี้ค๊ําว่านมาซมีการใช้กันมานมนานแล้ว เพียงแต่ตัวเราเองไม่ได้ศึกษาในด้านภาษาที่จิงหรืือเพียงแต่เราจะพุดกันจนติดปากว่าละหมาดแต่พอมาอ่านเป็นภาษาเขียนเราก็บอกว่าคนอื่นเขาใช้แล้วคนไม่เข้าใจ มันต่างกันนะค่ะภาษาเขียนกับภาษาพุด ภาษาเขียนจะใช้ได้ทุกๆกลุ่มทุกๆทีหากเขาผู้นั้นมีการศึกษา ส่วนภาษาพุดใช้ได้เฉาพะที่นะค่ะ อัลลอฮฺตอบแทนความดีค่ะ อัสลามอะลัยกุม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s